:: News > สุขภาพของเจ้าตัวเล็ก
รู้ฤทธิ์..วัคซีน!
เมื่อ (โรค) วายร้ายทั้งหลายออกฤทธิ์อาละวาดกับเจ้าตัวน้อยคงไม่เข้าทีแน่ แต่ถ้าแผลงฤทธิ์เพื่อเติมภูมิคุ้มกันแบบนายวัคซีนนี่ละก็ มีแต่ดี เรื่องเสียมีน้อย..ยเหลือเกินค่ะคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย
รู้จักกันก่อน
ไหนๆ ก็จะต้องคุ้นเคยกันไปอีกนาน มาทำความรู้จักกันไว้ก่อน ไม่เสียหลายอยู่แล้ว สวัสดีครับ กระผมมิสเตอร์วัคซีน พร้อมแล้วครับที่จะดูแลให้เจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่แข็งแรง ปลอดจากเชื้อโรคตัวร้าย...
ว่าแต่คุณพ่อคุณแม่รู้จักวัคซีนอย่างผมกันแล้วหรือยัง ถ้าจะให้แนะนำตัวก็คงต้องบอกแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า เริ่มแรกซินแสที่เมืองจีนเผอิญมาเจอผมเข้า แล้วเห็นว่าเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่อ่อนกำลังหรือถูกฆ่าจนไร้พิษสงแบบผมนี้ ถ้าฉีดหรือกินเข้าไป นอกจากจะไม่เป็นอันตรายแล้ว ยังกลับช่วยไม่ให้ป่วยเป็นโรคนั้นๆ อีกด้วย นับจากวันนั้นวัคซีนอย่างกระผมก็เลยป็อปปูล่ามีแต่คนสนใจ คอยคิดค้นช่วยให้แตกลูกแตกหลานขยายวงศ์วาน ไว้คอยบริการคุณๆ กันเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้...นี่แหละครับที่มาที่ไปของผมล่ะ
สร้างเกราะเติมภูมิ...หน้าที่ผมเอง
สำหรับปฏิบัติการปกป้องคุณหนูตัวน้อยของพวกเรานั้น จะเริ่มต้นได้ก็ต่อเมื่อคุณหมอหรือคุณพยาบาลจับพวกเราใส่เข็มฉีดยา หรือบางทีก็ใช้หลอดหยดยาเล็กๆ ดูดขึ้นมาจากขวด เล่นเอามึนไปพักใหญ่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ในตัวน้องหนูซะแล้ว
หลังจากรวมพลตั้งสติเรียบร้อย พวกเราก็รีบกระจายกำลังไปทั่ว แต่แค่ไม่กี่อึดใจ กองทหารคุ้มกันประจำตัวที่แสนจะหูไวตาไวอย่าง "แอนตี้บอดี้" ก็เริ่มได้กลิ่นพวกแปลกถิ่น จากนั้นขบวนการปราบปรามผู้รุกรานก็เปิดฉาก สงครามย่อยๆ จึงเริ่มขึ้น (ช่วงนี้แหละหนูๆ บางคนถึงกับมีไข้ตัวรุมๆ ได้) แน่นอนแอนตี้บอดี้จัดการเราซะอยู่หมัด แต่ขอโทษไม่ได้กินพวกเราเฉยๆ แอนตี้บอดี้หัวไวจะปรับตัวให้แข็งแกร่ง ไว้รับมือกับเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียอย่างผมโดยเฉพาะ ไม่ต้องบอกก็คงเดาได้ว่าว่า ต่อไปนี้พวกเชื้อโรคชื่อแซ่เดียวกันกับผมอย่าได้คิดแหยมเข้าไปอีกเชียว ถ้าหลงเข้ามาละก็เป็นเดดสะมอเร่ตายเรียบแน่ๆ...
วิธีนี้ถึงจะดูเหมือนหลอกลวงคุณแอนตี้บอดี้ไปสักนิด แต่ใช้ทีไรก็ได้ผลทุกที ช่วยให้น้องหนูสบายตัวไร้โรคกวนใจมานักต่อนักแล้ว
เห็นฝีมือพวกผมแล้วหรือยังล่ะ
วัคซีน...แทคทีมถึงได้ผล
ช่วงแรกๆ ที่ลืมตามาดูโลก ส่วนใหญ่ในตัวหนูทั้งหลายจะยังมีภูมิคุ้มกันจากคุณแม่(ตั้งแต่ตอนหนูนอนคุดคู้อุ่นสบายในท้องนั่นแหละ) แถมยังมาได้เพิ่มจากน้ำนมแสนอร่อยของคุณแม่อีกด้วย แต่ปราการป้องกันเชื้อโรคตามธรรมชาติแบบนี้ อยู่กับหนูๆได้ไม่นานก็มีอันต้องลดน้อยถอยกำลังไป เพราะอย่างนี้ หนูๆจึงต้องได้วัคซีนคนเก่งไปแผลงฤทธิ์ช่วยเหลือเสียแล้วล่ะ
ผองเพื่อนตัวเอกซึ่งช่วยเติมภูมิคุ้มภัยให้เด็กๆเหล่านี้ คุณหมอทั้งหลายบอกว่า จำเป็นต้องฉีดทุกคนให้ครบ จะหลงลืมขาดหายไปไม่ได้เลยเชียวนะ

.......ตารางวัคซีน ...........
วัคซีนป้องกันวัณโรค จะฉีดให้ตอนแรกเกิด หรืออย่างช้าไม่เกิน 7 วัน และให้ซ้ำอีกครั้งเมื่อตอน 4-5 ขวบ
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบชนิดบี ฉีดให้ตอนแรกเกิด และกระตุ้นซ้ำอีก 2 ครั้ง เมื่ออายุ 2 และ 6 เดือน
วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เป็นวัคซีนรวมฉีดในเข็มเดียวกัน จะให้เมื่ออายุ 2 เดือน และฉีดกระตุ้นซ้ำอีก 4 ครั้ง ตอน 4 /6/18-24 เดือน และ 4-6 ขวบ
วัคซีนป้องกันโปลิโอ มีทั้งแบบฉีดและแบบกิน ตามสูตรหนูๆ ต้องได้ 5 ครั้ง ตอนอายุเข้าเดือนที่ 2/4/6/18-24 และช่วง 4-6 ปี
วัคซีนป้องกันหัด คางทูม หัดเยอรมัน เป็นวัคซีนรวมฉีดพร้อมกันเข็มเดียวป้องกันได้ 3 โรค จะฉีดตอนหนูๆ อายุ 9-12 เดือน และฉีดซ้ำอีกครั้งตอน 6 ขวบ
วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ ฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกตอนอายุ 18-24 เดือน หลังจากนั้น 1-2 อาทิตย์ให้กระตุ้นซ้ำอีกครั้ง ส่วนครั้งสุดท้ายให้ตอน 2 ขวบครึ่งถึง 3 ขวบ
....................
ก่อนกลับบ้านส่วนใหญ่น้องหนูจะได้คู่มือรับวัคซีนเล่มไม่ใหญ่ไม่โตมาด้วย นั่นแหละเก็บไว้ให้ดีเชียวนะ เขาจะมีตารางทำไว้ให้เสร็จสรรพ เช็คเวลาให้เหมาะแล้วพาลูกไป เจอกันตามนัดทุกครั้ง เท่านี้ก็เรียบร้อย (แต่ถ้าเผลอเกิดหลงลืมไป เมื่อนึกได้ให้รีบพาน้องหนูไปหาคุณหมอ แล้วพวกผมจะเตรียมพร้อมดูแลหนูๆเองครับ และไม่ต้องห่วงว่าจะช้าเกินไปยังไงก็ยังทันอยู่ครับแถมไม่ต้องตั้งต้นใหม่เสียด้วย)

เพื่อนใหม่ ไฉไล น่าสน
แม้คุณหมอจะไม่ได้ออกกฎเข้มบังคับให้หนูๆ ต้องคุ้นเคยกับวัคซีนตัวใหม่ๆ นี้ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้น้องหนูมีภูมิคุ้มกันไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ ที่สำคัญมั่นใจว่าสู้ราคา(ที่ค่อนข้างแพงสำหรับวัคซีนบางตัว)ไหว ก็ลองปรึกษาและขอคำแนะนำจากคุณหมอประจำตัวของหนูๆ ได้เลยค่ะ
* วัคซีนป้องกันเยื่อสมองอักเสบ(ฮิบ) ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนแล้วกระตุ้นซ้ำอีกเมื่ออายุ 4/6 และ 12-15 เดือน นอกจากจะมีแยกเป็นเข็มเดียวแล้ว ปัจจุบันมีแบบรวม 5 ชนิดในเข็มเดียวด้วย คือ คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ และฮิบ ให้เลือกใช้ได้ตามอัธยาศัยอีกด้วย
* วัคซีนป้องกันสุกใส ป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการฉีดวัคซีน 1 เข็มได้เมื่ออายุ 1 ขวบขึ้นไป แต่ถ้าอายุเกิน 12 ปีขึ้น ควรฉีดซ้ำอีก 1 เข็มดีที่สุดค่ะ
* วัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ มีทั้งแบบฉีดและแบบรับประทาน สำหรับแบบฉีด เจ็บครั้งเดียวตอน 2 ขวบก็สบายแล้ว ส่วนแบบรับประทานเหมาะกับเด็ก 6 ปีขึ้นไป ให้กลืนตามคำแนะนำประมาณ 3-4 ครั้งเท่านี้ก็เรียบร้อย
* วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ มี 2 ชนิดให้เลือกฉีด คือ แบบฉีด 3 ครั้ง ตอนแรกคลอด เดือนที่1 และเดือนที่ 6 อีกแบบจะฉีด 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 6-12 เดือน สะดวกแบบใดเลือกได้

เตรียมตัวกันก่อน
เมื่อถึงเวลาเติมภูมิคุ้มกัน คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยเตรียมการให้เจ้าตัวเล็กกันเสียหน่อย
* ตรวจดูให้แน่ใจว่าลูกแข็งแรงดี ไม่มีไข้ ตัวร้อน หรือเจ็บป่วยท้องเสียไม่สบายอยู่ ถ้าลูกป่วยหรือต้องกินยาปฏิชีวนะรักษาไข้อยู่ เมื่อถึงเวลานัด ให้เลื่อนไปก่อนจนกว่าน้องหนูจะหายเป็นปกติดี เพราะถ้ารับวัคซีนตอนไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นก็จะไม่แข็งแรงตามไปด้วย เจ็บตัวทั้งทีไม่คุ้มแบบนี้ อย่าดีกว่าค่ะ
* เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ลมชัก หรือคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคประจำตัว น่าจะบอกคุณหมอให้ทราบไว้ก่อนที่จะฉีดค่ะ
* ถ้าลูกแพ้วัคซีนหลังฉีด หรือมีอาการผิดปกติ เช่น มีผื่นขึ้น ตัวร้อนจัด อย่าลืมบอกคุณหมอด้วย เมื่อถึงเวลาให้วัคซีนครั้งใหม่ของลูก (คุณหมออาจจะงดหรือปรับเปลี่ยนจำนวนวัคซีนให้เหมาะสมและปลอดภัย)
* อุ้มลูกให้กระชับมั่นคงกันลูกดิ้น และเวลาที่คุณหมอหรือคุณพยาบาลฉีดวัคซีนให้ พยายามโอบกอด ปลอบโยนให้ลูกหายเจ็บและคลายจากความตกใจ
* เตรียมของเล่นชิ้นโปรดของน้องหนูติดมือไปด้วย เวลาร้องงอแงของเล่นชิ้นโปรดนี่แหละเป็นผู้ช่วยที่ดีทีเดียวเชียวล่ะ
กลับบ้าน...ดูแลกันหน่อย
เมื่อปล่อยให้วัคซีนเข้าไปโลดเต้นแผลงฤทธิ์ เป็นเรื่องธรรมดาที่น้องหนูเขาจะ...
* มีไข้ต่ำๆ ตัวรุมๆ ไม่ร้อนจัดนัก ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวลดความร้อน และป้อนยาลดไข้ (พาราเซตตามอน) สำหรับเด็กให้ทาน หรือป้อนยาที่คุณหมอให้มา ไข้ที่มากวนตัวหนูๆ ปกติจะเป็นไข้อยู่แค่ 1-2 วันเท่านั้นก็จะกลับมาซนเหมือนเคยได้แล้ว
* จุดที่ฉีด ไม่ว่าจะเป็นที่ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก จะมีอาการปวด บวมแดงตามมา จับดูเป็นก้อนแข็งๆ ถ้าไปถูกเข้าแล้วลูกจะร้องเพราะรู้สึกเจ็บได้ ให้ใช้ผ้าเย็นประคบบรรเทาความเจ็บให้ หรือปล่อยทิ้งไว้ สักประมาณ 1 อาทิตย์ก็จะยุบหายไปเอง ช่วงนี้ก็ระวังอย่าเผลอไปโดนให้ระบมก็แล้วกันค่ะ
* ให้หมั่นวัดไข้ สังเกตดูอาการทั่วไป รวมถึงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ภายใน 1-2 วันไข้ต่ำๆ ที่ทำให้เจ้าตัวเล็กของคุณไม่สบายตัว ควรจะยกธงขาวยอมแพ้ไปได้แล้ว ส่วนของฝากจากรอยเข็มที่บวมแดงก็น่าจะทุเลา จางหายไปแล้วด้วยเช่นกัน
* ถ้าลูกมีไข้ ให้พยายามป้อนนม น้ำสะอาด หรือน้ำผลไม้ให้น้องหนูได้ทานบ่อยๆ น้ำและนมจะช่วยให้ความร้อนในตัวไม่ขึ้นสูงมากนัก
* พยายามให้ลูกนอนหลับ พักผ่อนมากๆ เรื่องพาไปตะลอนเที่ยวไหนต่อไหน พักไว้ก่อนดีกว่า
แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ คงไม่ได้การ รีบพากลับไปหาคุณหมอ...ด่วน
* ตัวร้อนจัด ไข้ขึ้นสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
* ชัก
* ลูกร้องไห้มากหรือซึมผิดปกติ
* ทำท่าอึดอัด หายใจไม่สะดวก
* มีผื่นขึ้นตามตัว

วัคซีนออกจะดีขนาดนี้ ปล่อยให้เขาแผลงฤทธิ์ ดูแลเจ้าตัวน้อยไปเถอะค่ะ




Copyright 2006 © Aksara for Kids. All Right Reserved.
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์ 543,390 ท่าน.