Your Cart ( 0 ) Item. 
ค้นหาสินค้า :
 
 
News > เกี่ยวกับเด็กๆ
เทคนิคการสอนการบ้าน “เด็กอนุบาล”

สอนการบ้าน “เด็กอนุบาล” By พญ.สาริณี

พ่อแม่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแล ประกบลูกทำการบ้าน เด็กอนุบาลบางคนแสดงออกถึง “ความรับผิดชอบ” ทำการบ้านอย่างดีมาก พ่อแม่ที่มีลูกแบบนี้ก็คงเหนื่อยน้อยหน่อย

แต่เด็กๆ อย่างนั้น มีไม่มากเท่าไหร่ และมักเป็นเด็กผู้หญิงเสียมากกว่า บ้านไหนมีลูกมากกว่าหนึ่ง และเข้าโรงเรียนแล้วทุกคน โปรดอย่านำลูกมาเปรียบเทียบกัน ที่หมอเจอบ่อยๆ และเป็นปัญหามากคือ พี่สาวกับน้องชาย

คนพี่รับผิดชอบดีจริงๆ พ่อแม่ไม่ต้องคอยบอก ตรงไหนลูกต้องการความช่วยเหลือ จะมาถามเอง ในขณะที่น้องชาย ต้องบอกกันอยู่นั่น เผลอไม่ได้ คอยหนีไปทำอย่างอื่นตลอด พอต้องมานั่งทำจริงๆ ก็อิดเอื้อน โยกโย้ จนต้องถูกทำโทษร้องห่ม ร้องไห้ เป็นแบบนี้แทบทุกวัน เสียสุขภาพจิตกันถ้วนหน้า

เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องการบ้านจากพ่อแม่ มีจำนวน “มากกว่า” เด็กที่รับผิดชอบเองได้ พ่อแม่ต้องสังเกตลูกเป็นคนๆ ไป อย่าคิดว่าเด็กทุกคนจะเหมือนกันไปหมด

สำคัญที่สุด ขออย่าได้ทะเลาะกับลูก เวลาทำการบ้านเลย เมื่อสมองลูกโปรแกรมผิดๆ ไปแล้วว่า ทำการบ้าน “เท่ากับ” น่าเบื่อ ถูกดุ ถูกตี ไม่สนุก ไม่ชอบ เกลียด ถึงวันนั้นมันจะกระทบกับการเรียนอย่างมาก ทุกอย่างจะรวนไปหมด เพียงเพราะพ่อแม่ทำให้บรรยากาศการทำการบ้านของลูก “เสียหาย” มาตั้งแต่อนุบาล

พ่อแม่ต้อง “ช่วยเหลือ” ลูกอนุบาลอย่าง “เต็มที่” ด้วยการ

1. ถ้าลูกอยากให้จับมือเขียน พ่อแม่ต้องทำ ลูกขอให้ช่วยกันระบายสี พ่อแม่ต้องแสดงออกว่ายินดี ถ้าลูกบอกว่าทำไม่ได้เลย ให้พ่อแม่ “สาธิตแสดง” ให้ดู อย่าลืมนะคะ มนุษย์เรา “เรียนรู้” ด้วยการ “เลียนแบบ”

2. อย่าตำหนิติเตียนเด็กอนุบาลเด็ดขาด หลายคนถูกครูตำหนิ หรือทำให้ลูกรู้สึกแย่มาจากโรงเรียน พ่อแม่ต้องแก้ไข “โปรแกรมสมองผิดๆ” เรื่องนี้ให้ได้ เช่น ครูทำให้ลูกรู้สึกแย่ว่า “ลายมือไม่สวย” พ่อแม่อย่าไปสนับสนุนครู แต่ไม่ได้หมายความว่า ให้โกหกลูก ไปบอกว่าลูกลายมือสวย อันนี้ก็ไม่ควร

ขอให้บอกลูกว่า กล้ามเนื้อที่มือลูก ยังไม่แข็งแรงเหมือนมือผู้ใหญ่ เวลาเขียนเส้นเลยยังไม่ค่อยตรง ดูเวลาแม่เขียนมือที่ไม่ถนัดสิ เส้นก็ไม่ตรงเหมือนกัน (คุณแม่ใช้มือข้างไม่ถนัด เขียนให้ลูกดู) เรามาฝึกกันบ่อยๆ เส้นพวกนี้จะตรงขึ้น และจะดูสวยงามขึ้นไปเอง

3. อย่าเอา “จำนวนดาว” มาขู่ มาต่อรองกับลูก การให้ดาวหรือสติกเกอร์ของครู เป็นความเห็นส่วนตัวของครู แต่ละคนมองไม่เหมือนกัน ครูอาจมองว่าระบายมะม่วงเป็นสีฟ้า ไม่ถูกต้อง เลยให้แค่ 2 ดาว คุณแม่ถามลูกก็ได้ว่า ลูกรู้จักมะม่วงไหม มะม่วงที่ลูกเคยเห็นมีสีอะไร ถ้าลูกแสดงให้เห็นว่าเขารู้จักอย่างดีแล้ว ก็ไม่เห็นเป็นอะไร ถ้าลูกอยากระบายมะม่วงเป็นสีฟ้า

แต่ถ้าลูกไม่รู้จัก ตอบไม่ได้ ก็บอกลูกไปว่า มะม่วงตอนดิบจะมีสีเขียว พอสุกแล้วจะมีสีเหลือง ถ้าลูกอยากระบายใหม่ ก็ช่วยลบของเก่าให้ลูก แต่ถ้าลูกอยากให้มะม่วงเป็นสีฟ้าจริงๆ ก็ไม่ต้องไปดุ ไปว่าอะไรกัน

(ทำการบ้านเสร็จ หาเวลาพาลูกไปดูมะม่วงที่ตลาดด้วยนะคะ)

4. อย่าใช้เวลานานไป ถ้าทำไปซัก 8 นาที ลูกทำท่าว่าอยากลุกเต็มที ต้องช่วยให้ลูกทำที่เหลือให้เสร็จโดยเร็ว อาจถามลูกว่า อยากให้แม่จับมือเขียนมั้ย ถ้าลูกต้องการก็ให้ช่วยลูกไปเลย อย่ายื้อ อย่าคิดว่าลูกนั่งไม่ทน สมาธิสั้นหรือเปล่า

หมอยืนยันว่าลูกจะค่อยๆ นั่งได้นานขึ้นเองค่ะ ให้เวลากับพัฒนาการของลูกสักหน่อย อย่าใจร้อนไปเลย

5. ที่ทางในการทำการบ้าน ควรเป็นสัดเป็นส่วน ไม่มีอะไรมารบกวน เช่น เสียงทีวี และทำให้ที่แห่งนี้เป็นที่เฉพาะ ในการทำงานต่างๆ ของลูก เช่น วาดรูป ระบายสี ทำงานประดิษฐ์ต่างๆ

6. จัดเวลาทำการบ้านให้แน่นอน หานาฬิกามาติดให้เห็นชัดๆ บอกลูกทุกวันหลังกลับจากโรงเรียนว่า เราจะมานั่งทำการบ้านตอนเข็มยาวถึงเลขนี้ ความสม่ำเสมอช่วยสร้างวินัยให้ง่ายขึ้นอีกมากค่ะ

7. สังเกตอารมณ์ ท่าที ท่าทางของลูก ทันทีที่ลูกเข้าเรียนอนุบาล ลูกจะป่วยบ่อยขึ้นชัดเจน ถ้าลูกดูเหมือน “ไม่มีอารมณ์” ทำการบ้านเลย อาจเป็นเพราะลูกกำลังไม่สบาย หรือแม้กระทั่งเหนื่อยมาก หิว หรือง่วง พ่อแม่อย่าไปฝืนเพียงเพราะได้เวลาแล้ว ให้จัดการปัญหาที่สำคัญกว่านั้นก่อน

8. ทุกครั้งหลังทำการบ้านเสร็จ ให้ชมเชยลูกมากๆ กอด หอมกันให้เต็มที่ หาอะไรๆ สนุกๆ เล่นกันต่อ เพื่อให้สมองลูกโปรแกรมว่า ทำการบ้าน “เท่ากับ” สนุก เป็นคนเก่ง แม่ชม แม่กอด แม่รักเรามาก อยากทำอีก

ถ้าวันหนึ่งสมองของลูกเชื่อมโยง การบ้านกับความสุข ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อนั้นพ่อแม่ก็เบาใจไปได้อีกเรื่องแล้วล่ะค่ะ

       
 
  Copyright 2006 © Aksara for Kids. All Right Reserved.
Counter 3,583,936