สอนลูกให้มีทักษะชีวิตในรั้วโรงเรียนอนุบาล

สอนลูกให้มีทักษะชีวิตในรั้วโรงเรียนอนุบาล 👧
เปิดเทอมใหม่เด็กๆ เพิ่งจะได้เข้าไปอยู่ในโรงเรียน ได้เรียนรู้ชีวิตแบบใหม่ที่จะต้องมีกฎระเบียบ มีคนที่ไม่รู้จักมากมายมาอยู่ด้วยกัน ทําให้เด็กต้องปรับตัวในการดูแลกิจวัตรประจําวัน การสื่อสารกับบุคคล การแก้ปัญหาสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นประสบการณ์ใหม่ของเด็กวัยนี้ จึงอาจเกิดความขัดแย้งหรือเกิดปัญหาในการ
ปรับตัว จึงจําเป็นที่เด็กในช่วงปฐมวัยต้องได้รับการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐานการคิด การตัดสินใจและแก้ปัญหาเพื่อการ
เป็นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปไปได้อย่างปกติสุข

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะเตรียมพร้อมให้น้องๆ ได้ไปเผชิญโลกที่เป็นจริง🎒 มีเทคนิคง่ายครับ

1. ให้น้องดูแลช่วยเหลือตนเองได้ตามวัย
2. ฝึกให้มีความรับชอบ มีวินัย เช่น หัดช่วยทำงานบ้าน
3. รู้จักปฏิบัติตามกฎทั้งในบ้าน และ นอกบ้านครับ เช่นการเข้าคิว
4. รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง และรู้จักการแสดงออกอย่างเหมาะสม เช่น ไม่ควรร้องไห้โวยวาย
5. สื่อสารเป็นและปฏิสัมพันธ์เป็น ทั้งในและนอกห้องเรียน
6. ให้ลูกคิด ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตนเองบ้าง

การฝึกประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ มีทักษะชีวิตในรั้วโรงเรียนได้ดีขึ้นครับ สำหรับเด็กบางคนที่มีประสบการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นที่โรงเรียน อาจจะทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน เราจะต้องสร้างทัศนคติใหม่ โดยต้องปูพื้นฐานทางความคิดให้เค้าครับ ว่าการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงครับ

1. สอบถามถึงสาเหตุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

2. สอนลูกถึงวิธีการตอบสนองที่ถูกต้อง ในขั้นแรกพ่อแม่ควรสอนให้ลูกคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน ไม่ควรช่วยเหลือหรือเสนอแนวทางทันทีแต่ฝึกให้ลูกรู้จักคิดเพื่อรับมือกับปัญหาอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน เพราะเราไม่ได้อยู่กับลูกและคอยช่วยเหลือลูกได้ตลอดเวลา หลังจากฟังแนวทางการแก้ปัญหาของลูกแล้วจึงค่อยชี้แจงถึงผลดีผลเสียของการตอบสนองแบบต่าง ๆ พร้อมเสนอแนะว่าการตอบสนองที่ชาญฉลาดโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงนั้นเป็นอย่างไรพร้อมยกตัวอย่างในภาคปฏิบัติจริงให้ลูกได้นำไปใช้ เช่น เดินหนี ไม่สนใจ บอกตรง ๆ ว่าไม่ชอบ หากทำอีกจะฟ้องครู ฯลฯ

3. หากในทางกลับกัน ถ้าลูกเราไปแกล้งเพื่อนบ้างล่ะ พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจโดยคิดอย่างภาคภูมิใจว่าดีแล้วที่ลูกของเราจะได้ไม่ถูกแกล้ง ถูกเอาเปรียบ ลูกของเราเอาตัวรอดได้ โดยหารู้ไม่ว่าความคิดดังกล่าวแท้จริงแล้วเป็นการทำร้ายและทำลายอนาคตของลูกให้ย่อยยับไปกับมือของพ่อแม่เอง พ่อแม่จึงควรเฝ้าสังเกตว่าลูกของเรามีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ชอบหยิบของของเพื่อนมาเป็นของตัวเองหรือไม่ ครูที่โรงเรียนฟ้องมาบ่อย ๆ หรือไม่ ฯลฯ โดยอาจย้อนมาพิจารณาถึงการเลี้ยงดูของเราว่าเป็นแบบอย่างในการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ เราไม่ได้ควบคุมลูกในการรับสื่อที่รุนแรงต่าง ๆ หน้าจอทีวี เกมคอมพิวเตอร์ หรือไม่ ลูกมีปัญหาทางพฤติกรรมที่ต้องปรึกษาจิตแพทย์หรือไม่ ฯลฯ เพื่อสามารถช่วยเหลือลูกได้อย่างทันท่วงที ไม่กลายเป็นอันธพาล เกเร นักเลงหัวไม้ หรืออาชญากรในสังคมต่อไปในอนาคต

4. การร่วมด้วยช่วยกันกับทางโรงเรียนครับ ในเมื่อลูกใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนมากกว่าอยู่ที่บ้าน คุณครูจึงเป็นผู้ที่ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยเต็ม ๆ อย่างไม่สามารถปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงได้ อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจพบว่าครูส่วนใหญ่เคยเห็นพฤติกรรมรังแกเพื่อน แต่เมื่อถามว่าได้พยายามห้ามหรือหยุดการกระทำเช่นนั้นหรือไม่คุณครูที่ถูกสัมภาษณ์กว่าครึ่งตอบว่าช่วยเหลือ “ค่อนข้างน้อย” หรือ “แทบจะไม่เคยทำอะไร” เพื่อหยุดการรังแก
ดังนั้นพ่อแม่จึงควรรวมตัวเป็นเครือข่ายผู้ปกครองในการผลักดันโรงเรียนให้เห็นความสำคัญในปัญหาดังกล่าวพร้อมมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในการลดปัญหาการใช้ความรุนแรงของเด็กนักเรียน การแกล้งกันหรือรังแกกัน ซึ่งส่งผลรุนแรงในระยะยาวกลายเป็นปัญหาสังคมได้ในที่สุด

#aksaraforkids #อักษราฟอร์คิดส์ #ทักษะชีวิต #ปฐมวัย

Leave a Reply

X