หนังสือนิทานสร้างความฉลาดให้เด็กจริงหรือ?

หนังสือนิทาน สร้างความฉลาดให้เด็กจริงๆ หรือ ?

เด็กวัยไหนควรอ่าน หนังสือนิทาน แบบใด?

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านสงสัยว่า เด็กอายุไม่ถึง 1  เดือน อ่าน หนังสือนิทานให้เด็กทารกฟังแล้วเค้าจะฟังรู้เรื่องจริงๆ เหรอจริงๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถอ่านหนังสือให้ลูกฟังได้ตั้งแต่ในครรภ์ เพราะการอ่านออกเสียงด้วยโทนเสียงต่างๆ กันจะทำให้เด็กรู้สึกถึงความอบอุ่น สงบ และปลอดภัย ส่วนในเด็กแรกเกิดนั้น การจดจำเสียงขอพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญ นิทานสามารถเป็นสื่อกลางทำให้เด็กคุ้นเคยกับเสียงของแม่ การทำซ้ำๆกันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน จะเป็นการกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้ด้านภาษาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการฟัง และ การพูด คุณพ่อคุณแม่ควรหานิทานให้เหมาะสมกับลูกได้ดังต่อไปนี้

 

1.หนังสือนิทาน สำหรับเด็กช่วงแรกเกิด – 1 ขวบ

เป็นช่วงที่เข้าสู่การพัฒนาด้านการมองเห็น เด็กเล็กๆ จะชอบมองอะไรใกล้ตัว และใช้มือสัมผัส เด็กจะเริ่มจดจำเสียงขอแม่ นิทานที่คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมให้คือ นิทานที่ไม่ต้องมีตัวหนังสือมากนัก ให้เน้นรูปภาพที่มีขนาดใหญ่ มีสีสันสดใส วัสดุควรจะเป็นผ้า หรือเป็นพลาสติก หรือ เป็นหนังสือลอยน้ำ ทำให้เด็กได้จับ ดึง กัด ได้โดยไม่เป็นอันตราย อาจจะเป็นหนังสือ Touch and Feel   หรือหนังสือมีเสียง

การอ่านนิทานในช่วงนี้ อาจจะจับเด็กมานั่งบนตักแล้วเปิดหนังสืออ่านให้เค้าฟัง ซึ่งไม่ต้องกังวลเด็กจะเข้าใจไหม ในช่วงแรกเค้าอาจจะไม่สนใจฟัง แต่หากคุณแม่เล่าทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เด็กจะค่อยๆเรียนรู้ และมีทักษะการฟัง การมอง และพยายามเข้าใจเนื้อหา

ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรใช้เวลาก่อนนอนทุกวันอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกคืนก่อนนอน ซึ่งเด็กในวัยนี้กำลังเป็นนักสำรวจ มีความอยากรู้อยากเห็น สนใจสิ่งรอบตัว ชื่นชอบสัตว์ต่างๆ เด็กๆ จะมีหนังสือเล่มโปรด โดยเด็กส่วนใหญ่จะคว้าหนังสือเล่มเดิมอ่านทุกวัน หรือ ไม่ก็ทำท่าอ่านหนังสือให้ตุ๊กตาตัวโปรดฟัง

หนังสือที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ หนังสือบทกวีเพราะๆ , หนังสือที่มีภาพสัตว์ ผัก ผลไม้ รถ ให้มีสีสันที่สดใสแต่ต้องเป็นภาพเหมือนจริงด้วยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม :ช่วงนี้เด็กจะไม่รู้จักหนังสือ แต่จะมองเป็นเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่ง ที่เป็นทรงสีเหลี่ยมที่มีภาพติดอยู่แถมเปิดได้อีกต่างหาก และเด็กจะรู้สึกสนุกมากเข้าไปอีกเมื่อไปพบเจอรูปในหนังสือไม่ว่าจะสัตว์หรือสิ่งของที่เค้าเคยเห็นในชีวิตจริง (หนังสือภาพจึงต้องมีความเหมือนจริงมากนั่นเอง) และช่วงนี้เด็กก็จะสนใจฟังเสียงและภาษาที่มีจังหวะอีกด้วย

 

2. หนังสือนิทาน สำหรับเด็กช่วง 1- 2 ขวบ

เด็กช่วงนี้เริ่มมีพัฒนาการทางกายภาพอย่างรวดเร็ว นั่ง คลาน ยืน เดิน รวมถึงประสาททางตา หู ปาก เด็กวัยนี้จะเริ่มคลั่งไคล้นิทาน และเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ฟัง เริ่มเรียนรู้การอ่าน การฟัง คุณพ่อคุณแม่สามารถหานิทานเสริมสร้างพัฒนาการในทุกด้าน เด็กมักจะสนใจในสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว ควรหานิทานที่เกี่ยวกับครอบครัว พ่อ แม่ ลูก หรือการทำกิจวัตรประจำวัน เช่นกินข้าว อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน นิทานสามารถช่วยให้เด็กทำกิจกรรมได้อย่างไม่น่าเบื่อด้วย เด็กจะชอบดูสมุดภาพ ควรหาภาพสัตว์ สิ่งของ ที่มีความหลากหลาย เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ หรือหากจะเสริมภาษาอังกฤษให้ลูก ก็สามารถหาหนังสือภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ เปิดอ่านให้ฟังบ่อยๆ

หนังสือที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ : นิทานสำหรับเด็กวัยนี้ควรเป็นหนังสือที่เน้นสีสันสดใส มีเนื้อเรื่องง่ายๆ ควรเป็นเนื้อเรื่องสั้นๆ ใช้คำพูดน้อย อ่านง่าย อาจเป็นกลอน หรือมีทำนองที่คล้องจอง เพื่อให้เด็กจดจำง่าย อ่านซ้ำๆ เพื่อให้เด็กสนุกในการจดจำด้วย

 

3. หนังสือนิทาน สำหรับเด็กช่วง 2-4 ขวบ

เป็นช่วงที่เด็กรู้จักเรียนรู้ เข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น ช่างจดจำ เลียนแบบ แยกความแตกต่างของสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากขึ้น รู้จักสี ขนาด รูปทรง ตัวอักษร ตัวเลข รู้จักวิเคราะห์ สงสัย ตั้งคำถาม สรุปสิ่งที่ได้เห็นได้ยิน และจินตนาการเรื่องราวได้เอง เพื่อการพัฒนาการทางด้านภาษา และทักษะเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจ

เด็กจะมีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง มีจินตนาการสร้างสรรค์ แล้วมีความอยากรู้อยากเห็นมาก สามารถติดตาม และเข้าใจเรื่องเล่าง่ายๆ ได้แล้ว รวมทั้งเด็กวัยนี้จะชอบเรื่องซ้ำไปซ้ำมา ส่วนเรื่องไหนที่ชอบมาก เด็กก็จะให้อ่านซ้ำ ไม่รู้จักเบื่อ ทั้งๆ ที่จำเรื่องได้หมดทุกตัวอักษรตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็ตาม ดังนั้นหากเด็กวัยนี้มีประสบการณ์ทางภาษาที่ดี (วรรณกรรม) และภาพที่ดี (ศิลปกรรม) จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างนิสัยรักการอ่านของเด็กในอนาคต ซึ่งเด็กที่ที่เคยรู้สึกปีติยินดีกับหนังสือภาพตั้งแต่ 3 ขวบจะไม่ห่างหนังสือไปตลอดชีวิต

คุณพ่อคุณแม่ควรหานิทานที่มีความหลากหลาย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้านไปพร้อมๆ กัน อย่าเพิ่งเน้นให้เด็กเรียนรู้ด้านภาษา หรือเร่งให้เด็กอ่านเขียนมากจนเกินไป ควรส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม สิ่งที่ควร และไม่ควรทำ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เด็กรับรู้ แยกแยะ และเข้าใจบทบาทของการแสดงออกทางพฤติกรรมของตัวเอง

หนังสือที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ : นิทานก่อนนอน นิทานคำกลอน นิทานที่เด็กสนใจ นิทานเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน นิทานภาพสัตว์ต่างๆ นิทานอีสป นิทานสร้างคุณธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติม : ช่วงนี้เด็กจะเริ่มมีความชอบของหนังสือแตกต่างกันแล้วขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ควรเลือกหนังสือที่เด็กสนใจไม่ใช่ที่เราสนใจ เพราะหนังสือภาพที่ให้ดูมันไม่ใช่ตำราเรียนแต่มันคือความสุขของลูกนะครับ และที่สำคัญมากคือในช่วง 3 ขวบ เป็นช่วงที่มีการพัฒนาการทางภาษาอย่างมากมาย และเริ่มที่จะมีจินตนการสร้างสรรค์และความอยากรู้อยากเห็น หากลูกวัยนี้มีประสบการณ์ทางภาษาที่ดี (วรรณกรรม) และภาพที่ดี (ศิลปกรรม) จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างนิสัยรักการอ่านในอนาคตได้

 

 4. หนังสือนิทาน สำหรับเด็กช่วง 4-6 ขวบ

เป็นวัยที่เริ่มแยกแยะสิ่งที่ชอบ และไม่ชอบ  พัฒนาการด้านการอ่านมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกได้เลือกนิทานที่ชอบ ควรเป็นนิทานที่มีทั้งภาพ และเนื้อเรื่องสอดคล้องกัน โดยเนื้อหาอาจจะยาวขี้นบ้าง เพื่อให้เด็กได้สร้างจินตนาการเข้าไปอยู่ในเรื่องราว บางครั้งเด็กอาจต้องการอ่านนิทานเรื่องเดียวซ้ำไปซ้ำมา โดยไม่รู้สึกเบื่อ คุณพ่อคุณแม่ควรมีความอดทนอ่านให้ลูกฟัง เด็กจะจดจำ และใช้จินตนาการเต็มที่กับนิทานเรื่องนั้นๆ ถือเป็นช่วงที่เด็กมีความสุขที่ได้รับฟังสิ่งที่ชอบ และเข้าไปสู่โลกนิทานของตัวเอง เด็กในวัยนี้จะเริ่มเล่านิทานที่ตัวเองได้ยินได้ฟังมาได้ คุณพ่อคุณแม่ควรแนะนำหนังสือที่ส่งเสริมด้านคุณธรรม ความอดทน ความพากเพียรพยายาม เรื่องของการแพ้ชนะ คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ 5-10 นาที หรืออย่างน้อยก็เป็นนิทานก่อนนอนที่ทำเป็นประจำ

หนังสือที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ : หนังสือแนวแฟนตาซี, นิทานเกี่ยวกับนางฟ้า หรือนิทานที่แฝงด้วยบทเรียนทางด้านศีลธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติม : ช่วงนี้เด็กจะอยู่ในวัยสร้างพื้นฐานทางด้านจินตนาการสร้างสรรค์ เด็กจะรู้จักวาดภาพในจินตนาการ เมื่อได้ยินได้ฟังเรื่องราวจากในหนังสือ ซึ่งจะกลายเป็นพลังเรียนรู้จากการอ่านหนังสือในอนาคต หากเด็กไม่มีประสบการณ์ในการฟัง รับรู้ และวาดภาพจินตนาการเอง รู้จักแต่วิธีประสมอักขระ และอ่านหนังสือออกตามตัวอักษร เด็กอ่านหนังสือออกก็จริง แต่อ่านไม่เข้าใจลึกซึ้ง โดยช่วงนี้เด็กจะพยายามค้นหาหนังสือที่ตัวเองชอบสุดๆ แล้วมาให้พ่อแม่อ่านให้ฟังซ้ำไปซ้ำมาเป็นเดือนเลยก็มี  เด็กบางคนจดจำคำบรรยายอันยาวเหยียดได้ทั้งเล่ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากต่อพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก ประสบการณ์นี้ เด็กจะไม่ได้รับในโรงเรียน แม้แต่ในชั่วโมงสอนภาษาก็สอนเด็กไม่ได้ลึกซึ้งฝังใจเหมือนภาษาของหนังสือภาพนิทาน

 

5. หนังสือสำหรับเด็กวัย 6-10 ปี

เป็นเด็กวัยที่มีกิจกรรมของโรงเรียนมากมาย ทั้งการเรียน การบ้าน เด็กๆ จะเริ่มรู้สิ่งที่เค้าสนใจจริงๆ จังๆ เด็กจะเริ่มหาหนังสือที่ตัวเองชอบ หนังสือนิทานในช่วงวัยนี้ ควรเป็นนิทานที่ผูกเรื่องซับซ้อนขึ้น อาจมีภาพประกอบด้วย มีสีสันบ้างแต่ควรมีเนื้อเรื่องที่เร้าใจเด็ก จะช่วยให้เด็กใจจดใจจ่อ อ่านต่อเนื่องได้อย่างลื่นไหล คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เดินเลือกซื้อหนังสือได้เอง โดยคอยสังเกต หรือแนะนำบ้าง เด็กแต่ละคนอาจชอบหนังสือในแนวที่แตกต่างกัน เช่นแนววิทยาศาสต์ แนวสืบสวน แนวแฟนตาซี ควรให้เด็กได้อ่านหนังสือที่ตัวเองชอบ วันละอย่างน้อย 10-15 นาที จะช่วยปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านได้

 

เทคนิคการอ่านนิทานให้ลูกขวบปีแรกฟัง

คุณแม่หลายๆท่าน สอบถามว่าลูกยังฟังไม่เข้าใจ จะเล่านิทานให้ลูกฟังจะได้หรือ

1.ลูกน้อยในช่วงวัยนี้ส่วนมากยังไม่แสดงท่าทีว่าจะ สนใจฟังนิทาน (จนกว่าจะอายุครบ 6 เดือนไปแล้ว) ก็อย่าเพิ่งถอดใจค่ะ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่มีท่าทางกระตือรือร้นที่จะฟังคุณแม่อ่าน แต่เขาก็ได้ยินทุกคำที่คุณแม่อ่านให้ฟัง

2.สร้างสภาพแวดล้อมในการอ่านหนังสือให้ลูกอย่างอบอุ่น และน่าจดจำ เช่น กรอดหรืออุ้มลูกน้อยนั่งตัก แล้วอ่านหนังสือให้ฟัง หรือนอนอ่านหนังสือด้วยกันบนเตียง ซึ่งจะช่วยให้ติดตรึงในความทรงจำของลูกตลอดไปค่ะ

3.ขณะอ่านหนังสือให้ฟัง พยายามอ่านออกเสียงให้ลูกน้อยฟังดังๆ และชัดเจน เพื่อเขาจะได้รู้ว่าคำนี้อ่านออกเสียงว่าอย่างไร โดยเฉพาะคำที่มีตัว ร, ล และคำควบกล้ำ เมื่อเด็กได้ยินคำที่ชัด เด็กจะสามารถนำสิ่งที่ได้ยินไปพัฒนาด้านการพูด

4.สำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อยในวัยนี้ ลองเลือกหนังสือที่มีแต่รูปภาพ และไม่มีคำศัพท์เลยก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะช่วยให้ลูกเล่าเรื่องเอาเองจากภาพที่เห็น ทำให้เขาเห็นคุณค่าของการแต่งเรื่องจากภาพด้วยคำพูดของตนเองในภายหลัง

5.จะเห็นได้ว่า การอ่านหนังสือให้ลูกน้อยฟังตั้งแต่ยังเล็ก ๆ แค่อายุไม่กี่เดือนนั้น นอกจากจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านสมอง และมีจินตนาการแล้ว ยังเสริมสร้างความรักความอบอุ่นระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยอีกด้วยค่ะ

 

ทำไมต้องฝึกให้ลูกรักการอ่าน การอ่านนิทานให้ลูกฟังสำคัญจริงหรือ?

การเล่านิทานให้ลูกฟัง ตั้งแต่ลูกอายุได้ 1 เดือน -3 ปี ทำให้เด็กฉลาดขึ้นได้จริงหรือข้อสงสัยนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง! ทำไมการพูดคุยกับลูกถึงสามารถทำให้ลูกฉลาดขึ้นได้ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกัน

เด็กในวัยแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ เป็นช่วงเวลาสำคัญแห่งการเรียนรู้ สมองของเด็กพร้อมที่จะเรียนรู้และรับข้อมูลทุกๆ อย่างที่เขาเห็นเข้าไป ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาจึงมีผลกระทบต่อสมองและอนาคตของลูก การเล่านิทาน ต่างๆ ด้วยความรัก จะช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง ระบบการทำงานด้านการฟัง รวมถึงเป็นการเปิดโลกจินตนาการ ทำให้ลูกได้ฝึกพัฒนาการทางสมองที่ดีกว่าเด็กในวัยเดียวกัน (เมื่อเทียบกับเด็กที่พ่อแม่ไม่ค่อยได้พูดกับลูกเลย)

พ่อแม่หลายคนคิดว่าการเปิดหนังการ์ตูนให้ลูกดูก็น่าจะเหมือนกัน เพราะเห็นเด็กๆชอบดูการ์ตูน  มีความสนุก (เพราะมีทั้งภาพและเสียง ซึ่งลูกน่าจะชอบมากกว่าการนั่งฟังเสียงพ่อแม่) แต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม การปล่อยให้ลูกได้ ดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์ผ่านจอทีวี จะยิ่งทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของลูกถูกทำลาย ภาพต่างๆ ในจอทีวีจะดึงดูดให้ลูกสนใจมากกว่าการฟังเสียงของพ่อแม่ก็จริง แต่ภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยิน จะไปปิดกั้นจินตนาการของลูก แต่ ถ้าหากเป็นการเล่าเรื่องหรืออ่านนิทานให้ลูกฟัง ลูกจะเห็นเพียงภาพนิ่ง สมมติว่าเราเล่าว่า กระต่ายน้อยกำลังวิ่ง (หนังสือนิทานจะเป็นรูปเพียงกระต่ายกำลังวิ่ง แต่วิ่งอย่างไร วิ่งแบบไหน เด็กจะเป็นผู้จินตนาการเอง) ซึ่งพ่อแม่ สามารถเล่าไปและออกท่าทางการวิ่งของกระต่ายไปด้วยได้ ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกสนุก เพราะเห็นพ่อแม่ของตัวเองแปลงกายเป็นโน้นนี่นั้นได้ (และลูกก็จะจินตนาการต่อเติมจากจุดนั้น) แต่หากเราเปิดการ์ตูนที่กระต่ายกำลังวิ่ง ภาพที่กระต่ายกำลังเคลื่อนไหว จะไปฝังในความคิด ทำให้ลูกยึดติดกับภาพเหล่านี้ตายตัวเกินไปนั้นเอง

นอกจากนั้นการอ่านนิทานหรือเล่าเรื่องราวในอดีตของพ่อแม่ให้ลูกฟัง ยังเป็นการสร้างความผูกพันกันภายในครอบครัว ยิ่งพ่อแม่ช่วยกันเล่านิทานให้ลูก ก็จะยิ่งสร้างความผูกพันทั้ง พ่อ แม่ ลูก ไปในเวลาเดียวกัน ความ สุขที่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ลูกจะซึมซับและสามารถรับรู้ถึงความรักและความห่วงใยของพ่อแม่ได้มากกว่าการปล่อยให้ลูกนั่งดูการ์ตูนหน้าทีวีเฉยๆ

ภาพและเสียงที่เราได้เห็นนั้น บ่อยครั้งจะฝังลงไปในจิตใต้สำนึก (หรือที่เรียกกันว่า ภาพติดตา) ซึ่งหากเป็นภาพหรือเหตุการณ์ที่โหดร้าย มีความรุนแรง จะกลายเป็นว่าเราได้สอนการใช้ความรุนแรงให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นในช่วงแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ หากเป็นไปได้ พ่อแม่ไม่ควรเปิดทีวีให้ลูกดู เพราะนอกจากจะทำลายโอกาสในการจินตนาการของลูก ยังอาจจะกลายเป็นพิษร้ายที่ฝังภาพหรือเสียงที่โหดร้ายลงในจิตใจของลูกอีกด้วย

นอกจากนั้นการอ่านนิทานให้ลูกฟัง ลูกของเราจะสามารถพัฒนาทักษะต่างๆ ได้เร็วกว่า เช่น ทักษะการใช้มือ (เพราะเราอาจจะให้ลูกพยายามพลิกหน้าต่อไปให้เราอ่าน), สมาธิ (เพราะลูกจะฟังและจ้องมองรูปภาพใน หนังสือนิทาน) เป็นต้น นอกจากนั้นหนังสือนิทานสมัยใหม่ ก็มีการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นลักษณะ 3 มิติ มากขึ้น ซึ่งยิ่งจะสร้างความน่าสนใจให้กับลูกมากยิ่งขึ้นไปอีก

การลงทุนซื้อ หนังสือนิทาน และ ลงทุนเวลาให้กับลูกด้วยการอ่านนิทานให้ฟังอย่างสม่ำเสมอ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าการลงทุนใดๆ เพราะเป็นการปลูกจิตสำนึกดีๆ และกระตุ้นจินตนาการ ซึ่งหากลูกเลยวัย 3 ขวบ ไปแล้วการจะกระตุ้นสิ่งเหล่านี้จะยากมากขึ้น และพ่อแม่ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้อีกแล้ว

 

 

Tagged , , , , , , , ,

Leave a Reply

X