มารู้จักโรคเกิดใหม่ ยุคไฮเทค ออทิสติกเทียม

ภาพที่เด็กตัวเล็กๆ อายุ 2-3 ปี ถือมือถือในมือคงเป็นภาพชินตาในสังคมปัจจุบัน ในร้านอาหารมากมายคุณพ่อคุณแม่ทานอาหาร ก็ปล่อยให้ลูกนั่งดูการ์ตูน หรือ เล่นเกมทางแทปเล็ต โดยส่วนตัวแล้วอยากเตือนคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ว่าการปล่อยให้ลูกอยู่กับสื่อทางจอมากๆ ก่อให้เกิดภาวะป่วย ออทิสติกเทียม

ออทิสติกเทียม เกิดจากภาวะการเลี้ยงดูที่ผิด คือปล่อยให้เด็กเล็กดูทีวี เพราะทีวีคือการสื่อสารทางเดียว (one way communication) เด็กที่ดูทีวีมากๆ จะทำให้เขามีพัฒนาการด้านภาษาช้า และการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ดีนัก เนื่องจากเด็กไม่ต้องตอบโต้กับใคร ทีวีมีแต่ภาพและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้เด็กขาดพัฒนาการ รวมถึงการที่ฉันให้ลูกเล่นของเล่นพร้อมกันหลายๆ ชิ้น ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้เด็กสับสน วิธีที่ถูกคือ ควรให้ลูกเล่นของเล่นทีละอย่าง ซึ่งจะทำให้เด็กมีสมาธิเพิ่มขึ้น  หรือการยื่นสื่อทางจอให้ลูก คุณพ่อคุณแม่คงคิดว่า ก็แค่เปิดให้ลูกดู เพราะคุณพ่อคุณแม่อยากพักผ่อน หรือ ต้องทำงานอย่างอื่น กลัวลูกไปซนจนเป็นอันตราย เลยให้นั่งดูนิ่งดีกว่า  แต่หารู้ไม่ว่า เรากำลังทำร้ายเขาโดยที่เราไม่รู้ตัว

มาดูพฤติกรรมเสี่ยงที่ลูกมีโอกาสจะเป็น ออทิสติกเทียม

1. เด็กจะไม่สบตากับคนที่พูดด้วย

2. ทำอะไรซ้ำๆ

3. อายุเกือบ 2 ขวบ แต่ยังพูดไม่ได้ หรือพูดแต่ภาษาที่คนอื่นไม่เข้าใจ

4. ไม่แสดงท่าทาง หรือส่งเสียงเรียก

5. ไม่ตอบสนองต่อแสง สี หรือเสียง

6. ไม่ส่งเสียงอ้อแอ้

7. ร้องไห้หนักแบบไม่มีเหตุผล

8. ผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป เช่น หากติดไอแพด หรือทีวี เดินไปปิด หรือดึงคืน จะร้องเสียงดังจะเป็นจะตาย

9. ไม่สนใจคนรอบข้าง

10. ไม่สนใจที่จะแสดงความรัก โดยการอุ้ม กอด หอม

11. ไม่มีความพยายามในการลอกเลียนแบบท่าทาง หรือเสียงของพ่อแม่ หรือคนรอบข้าง

12. เล่นสมมติไม่เป็น เช่น สมมติว่าเป็นตุ๊กตา ก็จะไม่สามารถหยิบจับตุ๊กตาในท่าทางที่ถูกต้องได้

13. ไม่สนใจทำกิจกรรม หรือพูดคุยกับเด็กคนอื่นๆ ชอบปลีกตัวอยู่คนเดียว

14. ไม่สามารถบอก หรือแสดงความต้องการของตัวเองได้

15. มีอาการแสดงออกที่แตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน

 

ขอแนะนำวิธีการเลี้ยงดู เพื่อหลีกเลี่ยง ภาวะ ออทิสติกเทียม

1. ไม่ควรให้เด็กเล็กดูทีวี หรือเล่นแท็บเล็ตอยู่คนเดียวนานเกินไป เพราะจะทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น และไม่รู้จักการสื่อสารกับคนอื่น

2. ควรให้ลูกน้อยได้เล่นของเล่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีให้แก่สมอง และร่างกาย โดยเลือกให้เล่นทีละอย่าง อย่าให้หลายๆ อย่างในครั้งเดียวกัน เพราะเด็กอาจเกิดความสับสน และเพื่อช่วยให้เด็กมีสมาธิจดจ่ออยู่กับของเล่นทีละชิ้น

3. พูดคุยกับเด็กบ่อยๆ พูดช้าๆ ชัดๆ ให้เขาได้เรียนรู้การออกเสียง และเลียนแบบพฤติกรรมของผู้เลี้ยงดู

4. ฝึกให้หยุดร้องงอแงเมื่อเด็กงอแงโดยไร้เหตุผล และให้รางวัลกับเด็กเมื่อทำในสิ่งที่ดี ที่ถูกต้อง

5. พ่อแม่ หรือผู้เลี้ยงดู ต้องพยายามมีส่วนร่วมต่อกิจกรรมของเด็กให้มากขึ้น ไม่ว่าเด็กจะกำลังเล่น หรือทำอะไรอยู่

โรค ออทิสติกเทียม นี้รักษาได้

เด็กที่ป่วยเป็น ออทิสติกเทียม นั้น ต้องเข้าบำบัดและฝึกพูดทุกวันอาทิตย์  และพ่อแม่จะต้องปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดูใหม่หมด โดยการงดเปิดทีวี แท็บเลต มือถือในขณะที่อยู่กับลูก พาเขาออกไปพบคนอื่นบ่อย ๆ นอกจากพ่อแม่ และต้องกระตุ้นพัฒนาการของเค้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่น ฝึกพูดโดยการพยายามให้ลูกสนใจเราให้ได้ ให้เค้าสบตา มองปากเวลาพูด เล่นของเล่นที่ใช้จินตนาการ เล่นสมมุติ เล่านิทาน ฝึกสมาธิโดยการให้เล่นของเล่นทีละหนึ่งชิ้น ยกตัวอย่างเช่น การต่อบล๊อค ร้อยเชือก ระบายสี ปั่นแป้ง เพราะช่วงแรกเกินจนถึงวัยสามขวบนั้น เป็นช่วงขุมทรัพย์สมองเด็กที่จะเจริญเติบโตมากถึง 80% และเป็นวัยแห่งการเลียนแบบ หากไม่อยากให้ลูกทำอะไร ก็อย่าทำให้ลูกเห็นเด็ดขาด

สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่คุณท่าน อย่าให้ลูกดูทีวี แท็บเลต มือถือ ถ้าทำได้ไม่ให้ดูเลยยิ่งดี เล่นและพูดคุยกับลูกให้มากที่สุด เพราะของเล่นที่ดีที่สุดก็คือ พ่อกับแม่

 

ข้อมูลจาก The Asian parent Thailand/เพจออทิสติก/Sanook Health

Tagged , ,

Leave a Reply

X