Day: January 24, 2020

เด็กเล็กติดมือถือ เสี่ยงเป็นโรคไฮเปอร์เทียม

ด้วยภาพและแสงที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วในหน้าจอมือถือ มีผลต่อประสาทการรับรู้ของเด็กวัยต่ำกว่า 3 ปีโดยตรง เพราะทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด และเด็กจะยังไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ สมาธิของเขาจะหลุดตลอด ด้วยภาพที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อยู่กับอะไรนานๆไม่ได้ พอรู้สึกเบื่อนิดเดียวก็เอานิ้วสัมผัสเปลี่ยนแล้ว แบบนี้จะส่งผลให้เกิดโรคไฮเปอร์เทียม คือ ไร้สมาธิ ปฏิสัมพันธ์น้อยลง ฉุนเฉียวง่าย เข้าสังคมไม่เก่ง ทางแก้ก็ง่ายที่แบบที่ทุกคนเข้าใจ คือใหเลิกเล่นมือถือ แต่พอเอาเข้าจริง มันยากที่จะทำ เพราะเมื่อเด็กติดไปแล้วพอไม่ได้เหมือนเดิมก็จะร้องโวยวาย ทางที่จะให้มันเป็นไปอย่างนุ่มนวลคือ ค่อยๆลดเวลาการเล่นมือถือของเขาลง และหากิจกรรมอย่างอื่นมาทดแทนและต้องทำให้ดูว่าของใหม่นั้นมันน่าสนใจมากกว่านั่งจิ้มที่จอ ชื่นชมเขา ให้เขารู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิม พอออกไปข่างนอก เล่นกีฬา หากิจกรรมกลางแจ้ง ออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือแม้จะเป็นอ่านหนังสือร่วมกัน ก็เป็นวิธีที่นำพาเขาออกมาจากโลกจอสี่เหลี่ยมๆได้เป็นอย่างแยบยล

Read more

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ไม่ต่างกับการรดน้ำต้นไม้

การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง ช่างเหมือนกับการรดน้ำต้นไม้ ที่ตอนแรกทำไปแล้วจะไม่เห็นผลอะไรเลย แต่ถ้าไม่ทำ ก็จะไม่มีวันเห็นต้นกล้างอกออกมาจากในดิน ดังนั้นการอ่านหนังสือเริ่มทำได้ทันที ยิ่งเร็วยิ่งดีตั้งแต่แรกเกิดเลยก็ได้ ทำตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่รู้เรื่องนั่นแหละ เหมือนกับเรารดน้ำตั้งแต่เมล็ดยังไม่งอก เพราะทุกอย่างมันคือเสียงกระตุ้นให้เร่งการพัฒนาด้านการสื่อสาร การเล่าเรื่องมันมีจังหวะที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการเปิดให้ดูมือถือ เป็นการกระตุ้นแบบพอดีๆ ไม่มีการเปลี่ยนภาพที่กลับไปกลับมา สมองของเด็กสามารถเริ่มเชื่อมระหว่างภาพกับเนื้อหาเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ จะออกมาสมบูรณ์อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด

Read more
X