Category: สุขภาพของเด็ก

เด็กเล็กติดมือถือ เสี่ยงเป็นโรคไฮเปอร์เทียม

ด้วยภาพและแสงที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วในหน้าจอมือถือ มีผลต่อประสาทการรับรู้ของเด็กวัยต่ำกว่า 3 ปีโดยตรง เพราะทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด และเด็กจะยังไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ สมาธิของเขาจะหลุดตลอด ด้วยภาพที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อยู่กับอะไรนานๆไม่ได้ พอรู้สึกเบื่อนิดเดียวก็เอานิ้วสัมผัสเปลี่ยนแล้ว แบบนี้จะส่งผลให้เกิดโรคไฮเปอร์เทียม คือ ไร้สมาธิ ปฏิสัมพันธ์น้อยลง ฉุนเฉียวง่าย เข้าสังคมไม่เก่ง ทางแก้ก็ง่ายที่แบบที่ทุกคนเข้าใจ คือใหเลิกเล่นมือถือ แต่พอเอาเข้าจริง มันยากที่จะทำ เพราะเมื่อเด็กติดไปแล้วพอไม่ได้เหมือนเดิมก็จะร้องโวยวาย ทางที่จะให้มันเป็นไปอย่างนุ่มนวลคือ ค่อยๆลดเวลาการเล่นมือถือของเขาลง และหากิจกรรมอย่างอื่นมาทดแทนและต้องทำให้ดูว่าของใหม่นั้นมันน่าสนใจมากกว่านั่งจิ้มที่จอ ชื่นชมเขา ให้เขารู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิม พอออกไปข่างนอก เล่นกีฬา หากิจกรรมกลางแจ้ง ออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือแม้จะเป็นอ่านหนังสือร่วมกัน ก็เป็นวิธีที่นำพาเขาออกมาจากโลกจอสี่เหลี่ยมๆได้เป็นอย่างแยบยล

Read more

ไวรัสร้าย SRV อันตรายสำหรับเด็กเล็ก

ไวรัสร้าย SRV อันตรายสำหรับเด็กเล็ก ในช่วงปลายฝนต้นหนาว หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหาสำคัญในวัยทารกและเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ “โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV” ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการคล้ายไข้หวัด แต่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้ RSV หรือชื่อเต็มๆ ว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในเด็กเล็ก เชื้อไวรัสนี้สามารถทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้เนื่องจากมักเกิดพยาธิสภาพในส่วนของหลอดลมเล็ก (bronchiole) และถุงลม (alveoli) ทำให้มีการสร้างสิ่งคัดหลั่ง เช่น เสมหะ ออกมาในปริมาณมาก และมีการหดตัวของหลอดลมเนื่องจากการบวมของเยื่อบุหลอดลมและทางเดินหายใจต่างๆ ส่งผลให้เด็กมีอาการหอบ เหนื่อย และหายใจลำบากได้อย่างรวดเร็ว เชื้อนี้ติดต่อกันได้โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ อาการของโรคติดเชื้อไวรัส RSV บางอย่างอาจคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ (ส่วนใหญ่ไข้ไม่สูงนัก) ไอ จาม แต่ก็มีอาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและสงสัยว่าลูกอาจได้รับเชื้อไวรัส RSV เช่น หอบเหนื่อย หายใจเร็ว หายใจแรง หายใจครืดคราด ตัวเขียว มีเสียงหวีดในปอด (จากการที่เยื่อบุทางเดินหายใจบวมอักเสบและหลอดลมหดตัว) มีเสมหะมาก ไอโขลกๆ […]

Read more

มารู้จักโรคเกิดใหม่ ยุคไฮเทค ออทิสติกเทียม

ภาพที่เด็กตัวเล็กๆ อายุ 2-3 ปี ถือมือถือในมือคงเป็นภาพชินตาในสังคมปัจจุบัน ในร้านอาหารมากมายคุณพ่อคุณแม่ทานอาหาร ก็ปล่อยให้ลูกนั่งดูการ์ตูน หรือ เล่นเกมทางแทปเล็ต โดยส่วนตัวแล้วอยากเตือนคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ว่าการปล่อยให้ลูกอยู่กับสื่อทางจอมากๆ ก่อให้เกิดภาวะป่วย ออทิสติกเทียม ออทิสติกเทียม เกิดจากภาวะการเลี้ยงดูที่ผิด คือปล่อยให้เด็กเล็กดูทีวี เพราะทีวีคือการสื่อสารทางเดียว (one way communication) เด็กที่ดูทีวีมากๆ จะทำให้เขามีพัฒนาการด้านภาษาช้า และการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ดีนัก เนื่องจากเด็กไม่ต้องตอบโต้กับใคร ทีวีมีแต่ภาพและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้เด็กขาดพัฒนาการ รวมถึงการที่ฉันให้ลูกเล่นของเล่นพร้อมกันหลายๆ ชิ้น ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้เด็กสับสน วิธีที่ถูกคือ ควรให้ลูกเล่นของเล่นทีละอย่าง ซึ่งจะทำให้เด็กมีสมาธิเพิ่มขึ้น  หรือการยื่นสื่อทางจอให้ลูก คุณพ่อคุณแม่คงคิดว่า ก็แค่เปิดให้ลูกดู เพราะคุณพ่อคุณแม่อยากพักผ่อน หรือ ต้องทำงานอย่างอื่น กลัวลูกไปซนจนเป็นอันตราย เลยให้นั่งดูนิ่งดีกว่า  แต่หารู้ไม่ว่า เรากำลังทำร้ายเขาโดยที่เราไม่รู้ตัว มาดูพฤติกรรมเสี่ยงที่ลูกมีโอกาสจะเป็น ออทิสติกเทียม 1. เด็กจะไม่สบตากับคนที่พูดด้วย 2. ทำอะไรซ้ำๆ 3. อายุเกือบ 2 ขวบ แต่ยังพูดไม่ได้ หรือพูดแต่ภาษาที่คนอื่นไม่เข้าใจ 4. ไม่แสดงท่าทาง […]

Read more
X